Get Adobe Flash player

นานาสาระ ที่น่าสนใจ คลิ๊คเลย!

ส้วมเฉพาะกิจ ปลดทุกข์ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาชีพเสริม เลี้ยงปลาทับทิมในกะชัง 4เดือน ได้700ก.ก.ต่อ1กะชัง สนใจมั๊ย.. ผู้ที่ชอบรับประทานปลาหมึก(ควรอ่านนะ) ประโยชน์ของน้ำมันมะพ้าว กำลังใจ ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างหรือเปล่า มีไปทำไม-ว.วัชรเมธี ยาที่ไม่ควรกินคู่กัน ธรรม ของหลวงปู่ทวด "ตา" อย่าลังเลที่จะดูแล SO GOOD ภาพถ่ายกับความหมายดีดีของชีวิต ระวัง! ดื่มน้ำเย็นมากๆเป็นอันตราย 3 คาถาของคนทำงานที่อยู่ในสังคม(อย่างเราๆ) คน1คน โฆษณาช๊อตเดียว 6ล้านดอลล่าร์ สุดยอด!!! หลวงพ่อโสธร พระพุทธชินสีห์ พระพุทธชินราช ชีวิตนกอินทรีย์-อ่านเถอะดีนะ สัณญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก

เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน

ผู้สนับสนุน

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

ราคาน้ำมันวันนี้

ที่เที่ยว ส๊วย...สวย

ต้องการฟังเพลงเพราะหรือหยุดฟัง ให้เลือกคลิ๊ก ที่ปุ่มควบคุมด้านขวามือนี้

สวนศิลป์ บ้านดิน ธรรมชาติสถานเพื่องานศิลปะ


"ราชบุรีเป็นแหล่งรวมศิลปะการแสดงแบบ 'คอนเทมโพรารี' (Contemporary) ไม่ว่าจะเป็นวงระนาด ลิเก รำวง เพลงฉ่อย เพลงอีแซว เพลงเกี่ยวข้าว ฯลฯ" "ครูเล็ก" ภัทราวดี มีชูธน คุณครูใหญ่แห่งวงการละครเวทีเมืองไทย บอกกล่าวแก่ผู้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสวนศิลป์ บ้านดิน ต.เจ็ดเสมียน  อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ธรรมชาติสถานเพื่อการอบรมศิลปะหลากหลายแขนงซึ่งนับเป็นศูนย์ศิลป์แห่งใหม่ ภายใต้การดูแลของภัทราวดีเธียเตอร์


..หลายๆ คนเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของครูเลยทีเดียว คำว่า คอนเทมโพรารี คือความร่วมสมัย เมื่อศิลปะการแสดงตามขนบแบบประเพณีไทยดั้งเดิมถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับการแสดงแนวทันสมัยสไตล์ภัทราวดี ในห้องเรียนการแสดงของศิลปสถาน 'สวนศิลป์ บ้านดิน' บรรยากาศการพัฒนาจึงเริ่มต้นขึ้นที่นี่...
"สวนศิลป์ บ้านดิน" เป็นศิลปสถานท่ามกลางธรรมชาติล้อมรอบด้วยคูน้ำ และสวนมะม่วง เพื่อให้เป็นสถานที่พัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปะแขนงต่างๆ  "ครูเล็ก" อธิบายให้ฟังว่า โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นโดยการเปิดอบรมศิลปะการแสดงให้กับเด็กๆ ใน ต.เจ็ดเสมียน โดยมี ศิลปินศิลปาธร ปี 2548 มานพ มีจำรัส หรือ "ครูนาย" ของเด็กๆ เป็นผู้สอนการแสดง ซึ่งได้นำเทคนิคเธียเตอร์มาเป็นจุดเริ่มในการสอนให้ร้องเพลง เต้นระบำ และทำอุปกรณ์การแสดงต่างๆ ด้วยตัวเอง แล้วเมื่องานสงกรานต์ จ.ราชบุรี ที่ผ่านมา เด็กๆ ชาวเมืองโอ่งก็ได้นำเทคนิคเธียเตอร์มาใช้แสดงจริงในงาน "ประเพณีแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์" เป็นการเฉลิมฉลองส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างสนุกสนานน่าตื่นตาตื่นใจ

ครูนาย ช่วยอธิบายให้ฟังอีกแรงหนึ่งว่า งานยุคเก่านั้นคือความคลาสสิก เพราะฉะนั้นเอกลักษณ์การแสดงของศูนย์ศิลป์แห่งนี้ จึงมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างพ่อเพลงแม่เพลงที่มีมาแต่โบราณ และ 'เทคนิคเธียเตอร์' ซึ่งก็คือการร้องเต้นเล่นละครตามพื้นฐานความรู้แบบฉบับตะวันตก ทำให้เกิดการแสดงแบบแผนใหม่ๆ ที่ขนบการแสดงแบบเก่ากับใหม่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว  "นี่คือการพัฒนาศิลปะ และเป็นความร่วมสมัยที่น่าสนใจกว่างานในกรุงเทพฯ ที่จะเน้นแต่การแสดงแบบตะวันตก เช่น โมเดิร์นแดนซ์ ฮิพฮอพ ฯลฯ งานที่ผมกับครูเล็กกำลังพัฒนาขึ้นที่ราชบุรี จึงเน้นความรู้แบบตะวันออกมากกว่า เช่น รำไทยจะจีบมืออย่างไรให้ถูกต้อง หรือทำไมนุ่งผ้าโจงเวลาแสดง เทคนิคเหล่านี้ถือว่า 'ตกตะกอน' ในตัวครูผู้สอนอยู่แล้ว" ครูนาย กล่าว

อีกเหตุผลหนึ่งที่ ภัทราวดีเธียเตอร์ ลงหลักปักฐานการแสดงขึ้นที่นี่ ครูเล็กบอกเพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่อง "ตม" ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อปี พ.ศ.2546  ถือเป็นละครน้ำดีการันตีจากการกวาดรางวัลมาได้มากมาย ฉากของบ้านสีส้มทำมาจากดิน ซึ่ง 'แม่' แสดงโดย ครูเล็ก-ภัทราวดี ใช้เป็นที่พักพิงในวาระสุดท้าย ก็สะท้อนว่าที่สุดแล้วชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากเลย ห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งมีที่นอนพออุ่นก็เพียงพอแล้วสำหรับคำว่า ความสุข

"ก้อนดินธรรมดาๆ ไม่ต้องหรูหราอลังการก็นำ 'ความสุขแบบง่ายๆ' มาสู่มนุษย์เราได้ ดิฉันนำแก่นความคิดนี้มาพัฒนาเป็นศูนย์ศิลปะต่อไป วันนี้เราสอนเด็กๆ ให้รู้ว่า

ความสุขนั้นหาได้ไม่ยากหรอก ในธรรมชาติ ในต้นไม้ ใบไม้ ก็มีให้เราถ้าเรามองเห็น"  ครูเล็ก อธิบายสำทับ

สวนศิลป์บ้านดินโดยการออกแบบของศิลปินชื่อดัง นายดี ช่างหม้อ วันนี้จึงกลายเป็นโรงละครหลังเล็กๆ เปิดสอนตั้งแต่รำไทย ดนตรีไทย ไปจนถึงสากล "เปิดคอร์สสอนทุกวันเสาร์ ตอนนี้ผมเน้นสอนตีกลองเพราะเด็กวัยรุ่นกำลังเป็นวัยก้าวร้าว แรงเยอะ การตีกลองจึงเป็นวิธีใช้พลังงานแบบถูกทาง เขาตีกลองไปสักพักจากเด็กแข็งกร้าวกลายเป็นคนนิ่งๆ ไปเลย กลองนี้ปรับมาจากกลองสะบัดชัย และกลองเพล เด็กที่มาเรียนมีทั้งเด็กราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม แล้วเมื่อช่วงสงกรานต์ผมสอนการแสดงเดินสูงด้วยขาไม้ที่มีพื้นฐานมาจากการเต้นรำ เด็กต่างจังหวัดเขาจะต่างจากเด็กกรุงเทพฯ ตรงการเรียนรู้ทุกเรื่องจะเป็นความแปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเขา เราเป็นครูก็สนุกกับการสอนไปด้วย"  ครูนาย บอกด้วยรอยยิ้ม

ผลงานนี้ก็ได้โชว์ในขบวนแห่ประกอบด้วยรถบุพชาติที่ตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมทีมกลอง ระนาดของนักแสดงจากภัทราวดีเธียเตอร์ และเด็กๆ ในโครงการที่แต่งกายเป็นดอกไม้ และแมลง สีสันสดใสสวยงาม เดินด้วยขาไม้ในขบวนแห่  ครูนาย ยังบอกด้วยว่า สิ่งที่ต้องการมันไม่ใช่เรื่องของการแสดง แต่เป็นประสบการณ์ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าเราจะอยู่กันอย่างไร ช่วยเหลือกันอย่างไร เพื่อให้งานในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี

ครูนาย ทิ้งท้ายว่า ถ้าเด็กๆ คิดและเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจะทำให้เด็กๆ ต่อยอดได้ง่ายสำหรับการเรียนรู้ในเรื่องของ อาร์ต (Art) และ แอ็กติ้ง (Acting) ต่อไป สำหรับผู้สนใจศิลปะการแสดงแขนงนี้ ติดต่อกันได้ โทร.0-3239-7668

นอกจากจะประกอบด้วย โรงละคร, ห้องเรียน, ห้องสมุด, ห้องอาหารริมน้ำซึ่งสามารถรองรับกิจกรรมศิลปะต่างๆในทุกรูปแบบครบวงจรแล้ว สวนศิลป์บ้านดินยังเปิดบริการให้ เช่าสถานที่สำหรับการจัดกิจกรรมพักแรม จัดเลี้ยง ประชุมสัมมนาและจัดการแสดง โดยมีห้องพักในรูปแบบของบ้านดิน และ บ้านไม้ไผ่ ราคารวมอาหารเช้าด้วย ไม่แพงเลย อย่างบ้านริมรั้วพัก 2 คน 850 บาทต่อคืน หรือบ้านรู้ร้อนรู้หนาวที่ชื่อจริงใจกับอากาศที่ต้องสัมผัส ก็คืนละ 650 บาท เท่านั้น  

ที่นี่น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบพักผ่อนในบรรยากาศอิงธรรมชาติเหมือนอยู่บ้านสวนต่างจังหวัด ไม่ต้องการอะไรที่หรูเฟ่มากมาย ได้กลิ่นอายของวิถีชีวิตชนบทได้เห็นแปลงทุ่งนาเขียวๆ หรือ อาจจะเป็นสีเหลืองทองในฤดูเก็บเกี่ยว โดยมีเสียงบรรเลงดนตรีไทยจากการฝึกซ้อมของเด็กๆ หรือ เสียงหัวเราะสนุกสนานของนักเรียนที่มาทำกิจกรรมต่างๆ    แค่นี้
ก็น่าจะทำให้ใจอิ่มเอมด้วยความสุขไม่น้อยแล้วล่ะ

ยิ่งถ้าเป็นการมาพักช่วงสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก็จะได้มีโอกาสชมศิลปะร่วมสมัย ที่ตลาดนัดหลังสถานีรถไฟเจ็ดเสมียนใกล้ๆที่พัก เพราะ ทุกวันศุกร์ถึงอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป สวนศิลป์บ้านดิน ภัทราวดีเธียเตอร์กรุงเทพ เทศบาลเจ็ดเสมียน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยโดยนักแสดงไทยและต่างชาติ
ภายใต้ชื่อ “สืบสานงานศิลป์ ภูมิปัญญาคนของแผ่นดิน All About Arts.....” ให้เข้าชมฟรี บริเวณลานวัฒนธรรมตลาดร้อยปีเจ็ดเสมียน ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าแก่ตั้งแต่สมัยร. 5  ริมแม่น้ำแม่กลอง  งานนี้มีทั้งการแสดงสมัยใหม่สไตล์เธียเตอร์  การแสดงของศิลปินอาวุโสพื้นบ้านโพธาราม ราชบุรี อาิทิ  ลิเก ลำตัด ทำขวัญข้าว งานแสดงนิทรรศการศิลปะ ภาพถ่าย ภาพวาดที่บรรดาศิลปินท้องถิ่นนำมาจัดแสดง และยังได้เดินตลาดนัดเลือกซื้อเลือกกินแบบติดดิน

คลิคลิงค์ข้างล่าง เพื่อชมวิดีโอเพิ่มเติม

สงกรานต์ที่บ้านดิน ราชบุรี Part 1.m4v http://www.youtube.com/watch?v=7zeG5oFhDQA

สงกรานต์ที่บ้านดิน ราชบุรี Part 2.m4v http://www.youtube.com/watch?v=vBh_YiTW1Lk


ข้อมูลจาก จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับ 16 พฤษภาคม 2550

http://www.baandin.org/web/index.php?option=com_content&task=view&id=150&Itemid=64

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=326600


ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน
หนึ่งเดียวตลาดวัฒนธรรมเมืองราชบุรี


ประวัติความเป็นมา

ตลาดริมทางรถไฟที่เคยเจริญรุ่งเรือง ในอดีตเคยเป็นอำเภอมาก่อน เรียกว่า "อำเภอเจ็ดเสมียน" ได้ย้ายไปตั้งที่ตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม เมื่อปี พ.ศ.2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประพาสต้นที่ตลาดเก่าแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.2431 เมื่อครั้งที่พระองค์ ทรงเสด็จประพาสไทรโยค พระองค์ทรงตรัสว่า "วัดเจ็ดเสมียน ลานวัดกว้างใหญ่ ต้นไม้ร่มดูงามนัก เรือลูกค้า จอดอาศัยอยู่ที่นี่มาก บ้านเจ็ดเสมียน นี้เป็นที่ชอบของนักเลงกลอน พอใจจะหยากไหว้วานให้เสมียนมาจดแทบทุกฉบับ" พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อคราวศึกเก้าทัพ พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ กลอนเพลงยาวนิราศ เรื่องเรือรบพม่าที่ท่าดินแดง พระองค์ทรงแต่งกลอนนิราศ เมื่อกองทัพของพระองค์เสด็จมาถึงตำบลเจ็ดเสมียน มีใจความว่า

ถึงท่าราบที่ทาบทรวงถวิล   ยิ่งโดยดิ้นโหยหวนครวญกระสัน
ด้วยได้ทุกข์ฉุกใจมาหลายวัน   จนบรรลุเจ็ดเสมียนตำบลมา
ลำลำจะใคร่เรียกเสมียนหมาย  มารายทุกข์ทีทุกข์คะนึงหา
จึงรีบเร่งนาเวศครรไลคลา  พอทิวาเยื้องจะสายันห์

ตลาดเจ็ดเสมียน แต่เดิมมีต้นจามจุรีใหญ่สองต้นอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เป็นหมุดหมายของตลาดเล็กๆ ให้พ่อค้าแม่ค้าทางบกเอาสินค้ามาแลกเปลี่ยนสินค้าทางน้ำ มีเรือนแถวชั้นเดียวหลังคามุงจาก พอเป็นแหล่งพักพิงชั่วคราว  พอบ้านเมืองพัฒนาขึ้นก็โค่นต้นจามจุรีลง ปลูกห้องแถวไม้สองชั้นขึ้นมา ตัวตลาดสดขยับจากริมแม่น้ำเข้ามาใกล้ทางรถไฟมากขึ้น เรือนแถวชั้นเดียวก็ถูกรื้อร้างไป ตลาดใหม่นี้เป็นที่ซื้อขายของคนทั่วสองฝั่ง ช่วงหนึ่งตลาดเจ็ดเสมียน เคยมีตลาดนัดทุกห้าวัน โดยนับตามข้างขึ้นข้างแรม สมัยต่อมา ตลาดเจ็ดเสมียนเริ่มแผ่วลง แต่ตลาดนัดโบราณ ทุก 3 ค่ำ 8 ค่ำ 13 ค่ำ เป็นตลาดนัดตอนเช้าก็ยังคงมีอยู่ จนถึงปัจจุบัน

หลังจากที่ตลาดเจ็ดเสมียนเงียบเหงาลงไปนาน ชุมชนเจ็ดเสมียน วัดเจ็ดเสมียน สวนศิลป์บ้านดิน (ภัทราวดีเธียเตอร์) จึงได้ร่วมกันฟื้นชีวิตตลาดเก่าแห่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมี มานพ มีจำรัส (ครูนาย) เป็นผู้จุดประกาย และครูเล็ก (ภัทราวดี มีชูธน) ได้ร่วมกับชุมชนเจ็ดเสมียน วัดเจ็ดเสมียน จัดงาน All About Arts (สืบสานงานศิลป์ภูมิปัญญาคนของแผ่นดิน) ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สุดท้ายของเดือน

ตำนานเจ็ดเสมียน

หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 ให้กับพม่า กองทัพทำลายปราสาทราชวังกำแพงเมืองทั้งชั้นนอกชั้นใน เผาทำลายบ้านเรือนราษฎร ฆ่าฟันลูกเด็กเล็กแดง ผู้หญิง พระภิกษุ สามเณร นำทรัพย์สินเงินทอง และกวาดต้อนผู้คนไปยังกรุงอังวะ พระยาวชิรปราการ (สมเด็จพระเจ้าตากสิน) ตีฝ่าวงล้อมพม่ามาได้ ต้องการรวบรวมไพร่พล มีชาวบ้านจำนวนมากอาสามารับใช้ จนทหารที่เป็นเสมียนไม่เพียงพอ พระองค์ต้องการให้รับสมัครทหารให้ทันพบค่ำโดยเป็นเคร็ดของศาสตร์โบราณ จึงประกาศให้ผู้รู้หนังสือมาช่วย มีชายไทย 7 คน สมัครเข้ามาเป็นเสมียน ทำให้การรับสมัครชายไทยไปเป็นทหารเสร็จสิ้นก่อนพลบค่ำ พระองค์ประทับใจมาก จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า "หมู่บ้านเจ็ดเสมียน"

เพลิดเพลินไปกับความ สนุกสนานในบรรยากาศแบบงานวัดกันแล้ว มาที่นี่ต้องหาของอร่อยทานกันด้วย หรือ  จะเป็นของฝากก็ได้ โดยของ อร่อยประจำถิ่น ซึ่งเป็นผลิต ภัณฑ์ที่โดดเด่นของตำบลเจ็ดเสมียนไม่ใช่อื่นไกลมีอยู่ในคำขวัญของจังหวัด ด้วย นั่นก็คือ ไชโป๊ ที่นี่ถือว่ารสชาติดี หรือจะเป็น เค้กมะพร้าวอ่อนน้องทราย ที่เจ้าของร้านเป็นอดีตอาจารย์คหกรรม ถ้าใครได้ลิ้มลองแล้ว รับรองจะติดใจต้องควักสตางค์ซื้อกลับบ้านกัน  ทุกคน…ส่วนของใช้ที่นี่เขาก็มีชื่อเสียงในเรื่องการทอ ผ้าขาวม้า ที่มีหลากสี ให้ได้เลือกซื้อกันเป็นของฝากหรือจะใช้เองก็ไม่ว่ากัน

ชุมชนเล็ก ๆ ที่มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย แต่ทว่าสะท้อนให้เห็นถึงร่องรอย ของวัฒนธรรมเก่าแก่ ผ่านบ้านเรือนไม้โบราณที่เรียงราย ประกอบกับมิตรภาพที่เห็นได้จากรอยยิ้ม คำเชิญชวนด้วยน้ำเสียงที่เหน่อแต่จริงใจตามแบบฉบับของคนราด-รี ที่มีต่อผู้มาเยือน ทำให้ชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ มีเสน่ห์ กลายเป็นความทรงจำของผู้มาเยือนคนแล้ว คนเล่า.


********************************

การเดินทางไป จ.ราชบุรี โดยรถยนต์

ใช้เส้นทางสายเก่า สายเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านบางแค-อ้อมน้อย-อ้อมใหญ่-นครชัยศรี-นครปฐม-ราชบุรี

- เส้นทางสายใหม่ ทางหลวงหมายเลข 338 จากกรุงเทพฯ-พุทธมณฑล-นครชัยศรี เข้าถนนเพชรเกษมบริเวณอำเภอนครชัยศรีก่อนถึงตัวเมืองนครปฐมประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นใช้ถนนเพชรเกษมตรงไปตัวเมืองราชบุรี หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543

โดยรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง และสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร.1690 หรือ 0-2220-4334, 0-2220-4444

โดยรถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถ จากสถานีขนส่งสายใต้ไปจังหวัดราชบุรีทุกวัน ทั้งรถธรรมดา รถปรับอากาศชั้น 1 และรถปรับอากาศชั้น 2 วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง


ของฝาก ที่ขึ้นชื่อก็ได้แก่ ไชโป๊หวาน ผ้าขาวม้าหลากสี


ที่ข้อมูล : เดลินิวส์ และเว็บไซท์ราชบุรีศึกษา

-ชุมชนเจ็ดเสมียน วัดเจ็ดเสมียน และสวนศิลป์บ้านดิน. (2553). หนึ่งเดียวตลาดวัฒนธรรมเมืองราชบุรี ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน. เอกสารประชาสัมพันธ์ แจกจ่ายเมื่อ 8 มิถุนายน 2553.

ภาพ :

-http://www.wthanit.multiply.com/photos/album/91/91
-http://www.moohin.com/picpost/003/b/0901291233226819.jpg
-http://www.chetsamian.org/photo/galleries/oldpicture/chetsamian_351.jpg
-http://byfiles.storage.live.com/y1p7fnl_d3nPg4yH6nz38HkEWVOnEQFCgVm4A0_y3YxBinzGjS0389rrlqPeVPklbGn

 

สถิติจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1304
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้3147
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้28217
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว31888
mod_vvisit_counterเดือนนี้60105
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว146578
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด4941045

We have: 20 guests online
IP ของท่าน: 18.205.60.226
 , 
Today: ธ.ค. 13, 2019